วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ตัวอย่างสือการเรียนรู้
สื่อนำเสนอประกอบการบรรยาย (Powerpoint)
ครูผู้สอนหรือวิทยากรสามารถใช้สื่อต่าง ๆ ประกอบการถ่ายทอดความรู้หรือสร้างเจตคติของผู้เรียน ได้ทั้งในขั้นการเตรียมการบรรยาย หรือดำเนินกิจกรรมการบรรยายนอกสถานที่ หรือขั้นสรุปและประเมินผล สื่อที่เหมาะกับกิจกรรมดังกล่าวมีหลายชนิด เช่น power point ( ปัจจุบันใช้แทนสไลด์ ) ภาพ วิดิทัศน์ ป้ายนิเทศ การจัดนิทรรศการ เป็นต้น ซึ่งสื่อแต่ละชนิด มีหลักการใช้ดังนี้
Power point เป็นสื่อทัศนะวัสดุที่ปัจจุบันนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง มีลักษณะเป็นภาพที่ประมวลโปรแกรมภาพ เสียง และตัวอักษร ที่ได้ออกแบบไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ผู้สอนหรือวิทยากรผลิตขึ้นเอง นำเสนอภาพจอภาพบนคอมพิวเตอร์ด้วยระบบอัตโนมัติของเครื่องเอง หรือควบคุมเอง โดยแสดงผลผ่านจอโทรทัศน์ แต่ถ้ามีผู้ชมจำนวนมาก ก็ฉายผ่านเครื่องโปรเจคเตอร์ ตั้งแต่จอขนาด 120 นิ้วไปจนถึง 300 นิ้ว ในหอประชุมขนาดใหญ่ ซึ่งสะดวกสบายกว่าการใช้เครื่องฉายสไลด์ในอดีต ซึ่งปัจจุบันเลิกใช้ไปแล้ว เพราะมีวีธีการที่ยุ่งยากกว่า ต้องใช้เครื่องฉายจำนวนมากในการสร้างลักษณะภาพพิเศษ เพื่อให้ดูน่าสนใจ หากมีการเตรียมสคริปที่ดีพอก็สามารถทำให้ผู้ฟังผู้ชมได้รับความได้รับความเพลิดเพลิน
ทีั่มา : http://nicennnn.blogspot.com/2013/12/hyperbook.html
:http://dict.longdo.com/search/%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C
:https://www.gotoknow.org/posts/166330
ไฮเปอร์เท็กซ์ (hypertext)
ฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) หมายถึง ข้อความ หรือกลุ่มของข้อความที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน โดยการนำเสนอแบบปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ด้วยการนำข้อความที่ใช้มาเป็นจุดเชื่อมโยง ซึ่งจะปรากฏในลักษณะที่เด่นกว่าข้อความอื่น เช่น เป็นคำที่ขีดเส้นใต้ หรือคำที่เป็นตัวหนา เป็นต้น ในยุคแรกที่มีการนำไฮเปอร์ลิ้งค์เข้ามาใช้ในคอมพิวเตอร์ ที่เห็นได้เด่นชัด ได้แก่ ข้อความในระบบช่วยเหลือของโปรแกรมต่าง ๆ ซึ่งรูปแบบของระบบช่วยเหลือจะเริ่มด้วยการแสดงหัวข้อของการช่วยเหลือทั้งหมด เพื่อให้ผู้ใช้เป็นผู้เลือกว่าต้องการความช่วยเหลืออย่างไรโดยใช้เมาส์คลิกที่หัวข้อนั้นๆ แล้วจะมีช่องข้อความและภาพที่เกี่ยวข้องกับคำนั้นปรากฏขึ้นมาให้อ่าน จากหัวข้อที่ถูกเลือกจะถูกเชื่อมโยงไปยังรายละเอียดภายในที่ได้ตระเตรียมไว้แล้ว และแสดงผลออกมาทางหน้าจอในรูปของข้อความซึ่งภายในข้อความเหล่านี้อาจจะมีบางข้อความที่สำคัญได้ถูกเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาอื่นอีก รูปแบบของข้อความหลายมิติจึงไม่ใช่เป็นการเสนอเนื้อหาแบบเส้นตรงที่ผู้อ่านจะต้องอ่านตั้งแต่ต้นไปจนจบ แต่สามารถอ่านแทรกข้อความที่เป็นคำสำคัญที่ตนสนใจได้เป็นระยะ ๆ ตามความต้องการ การนำเสนอเนื้อหาทั้งหมดนี้เป็นไปในรูปแบบของตัวอักษรทั้งสิ้น จึงเรียกว่า “ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext)”

ไฮเปอร์บุ๊ค (hyperbook)

ไฮเปอร์บุ๊ค (hyperbook)
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ แต่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ก็คือ หนังสือที่เก็บอยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ หรือเก็บไว้อยู่ในแบบของไฟล์ โปรแกรมส่วนมากที่เข้าใจกันคือ หนังสือที่เก็บในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ต้องใช้กระดาษ และมีการสร้างจากคอมพิวเตอร์ และสามารถอ่านได้จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก พีดีเอ(Personal Digital Assistant) Palm และ PocketPC หรือกระทั่งอ่านได้จากโทรศัพท์มือถือบางรุ่น
E-book เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่จะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ด้วยความสะดวกสบายของทั้งการสร้าง E-book ความสะดวกในการพกพา ขนาดที่เล็ก และสามารถอ่านได้ทุกที่ทุกเวลาที่มีอุปกรณ์พกพาที่สามารถอ่าน E-book ได้ สามารถสร้างให้ E-book นอกจากจะมีสีสันสวยงามเพื่อง่ายต่อการอ่าน และทำความเข้าใจแล้ว ยังสามารถใส่เสียง ภาพเคลื่อนไหว สร้างสารบัญ (Link) หรือการคลิกเพื่อส่ง E-Mail ไปยังผู้เขียน หรือ E-Mail ใน E-book ก็ได้


ทีั่มา : http://nicennnn.blogspot.com/2013/12/hyperbook.html
:http://dict.longdo.com/search/%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C
:https://www.gotoknow.org/posts/166330
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
เป็นโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวนและคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่าง เช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ
ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ตัวอย่างโครงงาน เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล ตัวแปรต่างๆ ที่มีผลต่อการชำกิ่งกุหลาบ หลักภาษาไทย และสถานที่สำคัญของประเทศไทย เป็นต้น
1 เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาโดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล หลักภาษาไทย และสถานที่สำคัญของประเทศไทย โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ วิถีชีวิตของคนไทยพวน โปรแกรม ดนตรีไทยแสนสนุก โปรแกรม ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต โปรแกรมสำนวนไทยพาสนุก โปรแกรมฝึกอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ โปรแกรมเรียนรู้คณิตศาสตร์
3. โปรแกรมสนุกไปกับตารางธาตุ
ผู้พัฒนา เด็กหญิงวริศรา พรหมมณี และเด็กหญิงกมลวรรณ ทองงาน
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ทัศนีย์ ระลึกมูล
สถานศึกษา โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก

3. โปรแกรมสนุกไปกับตารางธาตุ
ผู้พัฒนา เด็กหญิงวริศรา พรหมมณี และเด็กหญิงกมลวรรณ ทองงาน
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ทัศนีย์ ระลึกมูล
สถานศึกษา โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก
ผู้พัฒนา เด็กหญิงวริศรา พรหมมณี และเด็กหญิงกมลวรรณ ทองงาน
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ทัศนีย์ ระลึกมูล
สถานศึกษา โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก


Tux Typing 2 โปรแกรมฝึกพิมพ์================
โปรแกรมสอนพิมพ์ดีดไทยสำหรับเด็กๆ ที่ประกอบด้วยการละเล่นที่หลากหลาย และความยากง่ายหลายระดับ
Tux Typing เหมาะสำหรับใช้สอนเด็กให้มีทักษะในการใช้คีย์บอร์ด ด้วยเกมที่สนุกสนาน ภาพการ์ตูนเคลื่อนไหว เพลงและเสียงประกอบทำให้เด็กเรียนรู้การใช้คีย์บอร์ดได้อย่างไม่มีเบื่อ
โปรแกรมสอนพิมพ์ดีดไทยสำหรับเด็กๆ ที่ประกอบด้วยการละเล่นที่หลากหลาย และความยากง่ายหลายระดับ
Tux Typing เหมาะสำหรับใช้สอนเด็กให้มีทักษะในการใช้คีย์บอร์ด ด้วยเกมที่สนุกสนาน ภาพการ์ตูนเคลื่อนไหว เพลงและเสียงประกอบทำให้เด็กเรียนรู้การใช้คีย์บอร์ดได้อย่างไม่มีเบื่อ
วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ความหมาย การเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานเป็นสำคัญ เช่นใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลที่บ้าน ใช้ในเชิงธุรกิจ ใช้เพื่อความบันเทิง หรือใช้ภายในองค์กรขนาดใหญ่ ดังนั้นการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตจึงมีความแตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความต้องการ รวมทั้งเงินทุนที่จะใช้ในการติดตั้งระบบด้วย
ประเภทการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มี 5 ลักษณะ คือ
1. การเชื่อมต่อแบบ Dial Up เป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่เคยได้รับความนิยมในยุคแรก ๆ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์บุคคล กับสายโทรศัพท์บ้านที่เป็นสายตรงต่อเชื่อมเข้ากับโมเด็ม (Modem) ก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตต้องทำการติดต่อกับผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โดยผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะกำหนดชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) มาให้เพื่อเข้าใช้บริการอินเตอร์เน็ต
2.การเชื่อมต่อแบบ ISDN (Internet Services Digital Network) เป็นการเชื่อมต่อที่คล้ายกับแบบ Dial Up เพราะต้องใช้โทรศัพท์และโมเด็มในการเชื่อมต่อ ต่างกันตรงที่ระบบโทรศัพท์เป็นระบบความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอล (Digital) และต้องใช้โมเด็มแบบISDN Modem ในการเชื่อมต่อ ดังนั้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ ISDN จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ คือ - ต้องติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ที่ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ ISDN - การเชื่อมต่อต้องใช้ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ - ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่จะใช้บริการนี้ อยู่ในอาณาเขตที่ใช้บริการ ISDN ได้หรือไม่
3.การเชื่อมต่อแบบ DSL?(Digital Subscriber Line) เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยใช้สายโทรศัพท์ธรรมดา ที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและพูดผ่านสายโทรศัพท์ปกติได้ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตแบบ DSL ก็คือ - ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่ติดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ให้บริการระบบโทรศัพท์แบบ DSL หรือไม่ - บัญชีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในแบบ DSL - การเชื่อมต่อต้องใช้ DSL Modem ในการเชื่อมต่อ - ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
4.การเชื่อมต่อแบบ Cable เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านสายสื่อสารเดียวกับ Cable TV จึงทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีได้ โดยต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ - ใช้ Cable Modem เพื่อเชื่อมต่อ - ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
5.การเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites) เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า Direct Broadcast Satellites หรือ DBS โดยผู้ใช้ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ - จานดาวเทียมขนาด 18-21 นิ้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจากดาวเทียม - ใช้ Modem เพื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต
ประเภทการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มี 5 ลักษณะ คือ
1. การเชื่อมต่อแบบ Dial Up เป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่เคยได้รับความนิยมในยุคแรก ๆ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์บุคคล กับสายโทรศัพท์บ้านที่เป็นสายตรงต่อเชื่อมเข้ากับโมเด็ม (Modem) ก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตต้องทำการติดต่อกับผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โดยผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะกำหนดชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) มาให้เพื่อเข้าใช้บริการอินเตอร์เน็ต
2.การเชื่อมต่อแบบ ISDN (Internet Services Digital Network) เป็นการเชื่อมต่อที่คล้ายกับแบบ Dial Up เพราะต้องใช้โทรศัพท์และโมเด็มในการเชื่อมต่อ ต่างกันตรงที่ระบบโทรศัพท์เป็นระบบความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอล (Digital) และต้องใช้โมเด็มแบบISDN Modem ในการเชื่อมต่อ ดังนั้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ ISDN จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ คือ - ต้องติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ที่ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ ISDN - การเชื่อมต่อต้องใช้ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ - ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่จะใช้บริการนี้ อยู่ในอาณาเขตที่ใช้บริการ ISDN ได้หรือไม่
4.การเชื่อมต่อแบบ Cable เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านสายสื่อสารเดียวกับ Cable TV จึงทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีได้ โดยต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ - ใช้ Cable Modem เพื่อเชื่อมต่อ - ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย
5.การเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites) เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า Direct Broadcast Satellites หรือ DBS โดยผู้ใช้ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ - จานดาวเทียมขนาด 18-21 นิ้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจากดาวเทียม - ใช้ Modem เพื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต
วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
คำศัพท์ตอมพิวเตอร์
1. Computer = คอมพิวเตอร์
2. Software = ชุดคำสั่งหรือโปรแกรม
3. Hardware = อุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอก
4. Input unit = หน่วยรับเข้า
5. Output unit = หน่วยส่งออก
6. Main Memory unit = หน่วยความจำหลัก
7. Secondary memory unit = หน่วยความจำรอง
8. Keyboard = แป้นพิมพ์
9. Word = คำหรือคำศัพท์
10. Ram = เก็บข้อมูลและโปรแกรม
11. Online = การติดต่อ
12. Upload = การโหลดข้อมูล
13. Network = เครือข่าย
14. Fax modem = โมเด็มที่ส่งแฟกซ์ได้
15. Web Site = หน้าต่างของเนต
16. Antivirus Program = โปรแกรมป้องกันไวรัส
17. Computer System = ระบบคอมพิวเตอร์
18. Information System = ระบบขอมูล
19. Computer Network = ระบบเครือข่าย
20. User = ผู้ใช้
21. Account = บัญชีผู้ใช้
22. USB = หน่วยเก็บข้อมูล
23. .net = แสดงเว็บของบริษัท
24. Keyword = รหัสของบางโปรแกรม
25. Multimedia = สื่อประสม
26. Bus = การเชื่อมต่อเครือข่าย
27. Browser = เป็นชื่อใช้เรียกซอฟต์แวร์
28. Bug = ความผิดพลาดของคอม
29. Database = ฐานข้อมูล
30. CD-ROM = ตัวจัดการกับแผ่นต่างๆ
31. Compact Disc = อุปกรณ์ประเภทแผ่น
32. Mouse = เมาส์
33. Light pen = ปากกาแสง
34. Track ball = ลูกกลมควบคุม
35. Joystick = ก้านควบคุม
36. Scanner = เครื่องกราดตรวจ
37. Touch screen = จอสัมผัส
38. Control Unit = หน่วยควบคุม
39. Rom = หน่วยความจำแบบอ่าน
40. Diskette = แผ่นบันทึก
41. Harddisk = ฮาร์ดดิสก์
42. Magnetic Tape = เทปแม่เหล็ก
43. Monitor = จอภาพ
44. Printer = เครื่องพิมพ์
45. Laser printer = เครื่องพิมพ์เลเซอร์
46. Line printer = เครื่องพิมพ์รายบรรทัด
47. Speaker = ลำโพง
48. Microsoft Word = โปรแกรมเวิร์ด
49. Microsoft Excel = โปรแกรมเอกเซล
50. Microsoft PowerPoint = โปรแกรมเพาเวอร์พอยนต์
วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
อุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่
Lenovo ThinkPad X1 Carbon Ultrabook โน้ตบุ๊กแรงแห่งปี
เมื่อพูดถึงโน้ตบุ๊กที่น่าสนใจของปีนี้ หลายคนคงต้องนึกถึงเจ้า ThinkPad X1 Carbon Ultrabook ของ Lenovo นี้อย่างแน่นอน ด้วยความเบาบางของตัวเครื่องที่มีน้ำหนักเพียง 3 ปอนด์เท่านั้น พร้อมกับหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 14 นิ้ว รวมทั้งคีย์บอร์ดมีแสงและแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาในการชาร์จไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ทำให้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊กที่น่าจับตามองแห่งปีเลยทีเดียว
ที่มา : http://men.kapook.com/view52275.html
เมื่อพูดถึงโน้ตบุ๊กที่น่าสนใจของปีนี้ หลายคนคงต้องนึกถึงเจ้า ThinkPad X1 Carbon Ultrabook ของ Lenovo นี้อย่างแน่นอน ด้วยความเบาบางของตัวเครื่องที่มีน้ำหนักเพียง 3 ปอนด์เท่านั้น พร้อมกับหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 14 นิ้ว รวมทั้งคีย์บอร์ดมีแสงและแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาในการชาร์จไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ทำให้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊กที่น่าจับตามองแห่งปีเลยทีเดียว
ที่มา : http://men.kapook.com/view52275.html
application เพื่อการศึกษา
ongdo Dict
Longdo Dict คือ ดิกชั่นนารีออนไลน์ไทย-อังกฤษ และ อังกฤษ-ไทย สำหรับ App Store ของค่ายแอปเปิล โดยรวบรวมข้อมูลมาจากแหล่งข้อมูลหลากหลายทำให้การแปลความหมายค่อนข้างครอบคลุม พร้อมมีตัวอย่างประโยคประกอบด้วย นอกจากนั้นยังจัดเก็บข้อมูลศัพท์ที่เราเปิดใช้มาแล้ว ไว้ทบทวน หรือค้นหาดูได้ง่ายทีหลัง
เมื่อเปิดแอปตัวนี้ขึ้นมาใช้แล้ว จะเห็นส่วนของการค้นหาอยู่ด้านบน ถัดลงมาด้านล่างมีคำศัพท์แบบสุ่ม (Random Word) เป็นตัวเลือกเผื่อใครสนใจอยากทราบความหมายก็คลิกเข้าไปดูได้ ถัดลงไปอีกด้านล่างเป็นส่วนของประวัติการค้นหาศัพท์ (Search History) ทุกคำที่เราเคยค้นหาจะถูกบันทึกไว้ที่นี่ ศัพท์ทุกตัวที่เปิดขึ้นมาจะถูกจัดเก็บไว้ใน History สามารถคลิกเปิดขึ้นมาดู เพื่อทบทวน หรือตรวจสอบความจำอีกครั้งได้อย่างรวดเร็วเพราะถูกบันทึกไว้ในเครื่อง และไม่จำเป็นต้องต่อเน็ตก็ดูได้ เป็นการฝึกศัพท์ภาษาอังกฤษที่ดีอีกแบบ
เริ่มต้นใช้งานในช่องค้นหา ด้วยการพิมพ์ศัพท์ที่ต้องการทราบความหมาย จริงๆไม่ต้องพิมพ์เต็มคำก็ได้ แค่ไม่กี่ตัวอักษรก็จะมีศัพท์ตัวเลือกขึ้นมารอให้คลิกเข้าไปได้เลย เราสามารถเลื่อนดูและเลือกคลิกคำที่ต้องการจริงๆ ก็จะเข้าไปสู่หน้าคำแปลของศัพท์คำนั้น จะเห็นคำแปลที่แตกต่างหลากหลายจากดิกชันนารี่แหล่งต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะมีตัวอย่างประโยคให้ดูด้วยว่าใช้กันอย่างไร
เสร็จแล้วก็คลิกลูกศรด้านบนซ้ายมือเพื่อย้อนกลับไปค้นศัพท์ตัวใหม่ อาจสะดุดนิดหนึ่งตรงที่จะต้องคลิกเครื่องหมายปิดในช่องค้นหาก่อนจะพิมพ์ศัพท์คำใหม่ ไม่เช่นนั้นศัพท์ใหม่ที่พิมพ์จะต่อเนื่องจากศัพท์เดิม ทำให้เสียเวลามาลบทิ้งอีก
และเมื่อเสร็จสิ้นการค้นศัพท์ อยากไปทบทวนศัพท์ต่างๆ ที่เคยค้นหามาก่อนหน้า ก็ให้คลิกปุ่ม Done มุมซ้ายมือด้านบนก็จะกลับไปสู่หน้าแรก จะเห็นศัพท์ต่างๆ ของเราปรากฏอยู่ในช่อง Search History
Longdo Dict ค่อนข้างทรงประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับดิกส์อื่นๆ สำหรับผู้ใช้ที่เน้นเนื้อหาวิชาการมากคงเหมาะสมและครอบคลุมอย่างยิ่ง จริงๆ แล้วศัพท์ทั่วไปสามารถจะแปลความหมายจากพจนานุกรมในเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องต่อเน็ต แต่ศัพท์ยากหลายคำก็จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเพื่อการค้นหาที่กว้างขึ้น หากไม่อยู่ในพื้นที่ใช้เน็ตก็ลำบากนิดหนึ่ง แต่โดยรวมแล้วนับว่าใช้ได้คุ้มค่าทีเดียวค่ะ
สำหรับตัวเองค่อนข้างถูกใจกับดิกซ์ตัวนี้มาก เพราะให้ศัพท์ที่ครอบคลุมและความหมายที่ตรงกับความต้องการจริงๆ แต่ท่านผู้อ่านจะเห็นด้วยหรือไม่อันนี้ก็ต้องลองใช้ดูด้วยตัวเองนะคะ
ที่มา: poowiang http://coolappforwork.blogspot.com/
Longdo Dict คือ ดิกชั่นนารีออนไลน์ไทย-อังกฤษ และ อังกฤษ-ไทย สำหรับ App Store ของค่ายแอปเปิล โดยรวบรวมข้อมูลมาจากแหล่งข้อมูลหลากหลายทำให้การแปลความหมายค่อนข้างครอบคลุม พร้อมมีตัวอย่างประโยคประกอบด้วย นอกจากนั้นยังจัดเก็บข้อมูลศัพท์ที่เราเปิดใช้มาแล้ว ไว้ทบทวน หรือค้นหาดูได้ง่ายทีหลัง
เมื่อเปิดแอปตัวนี้ขึ้นมาใช้แล้ว จะเห็นส่วนของการค้นหาอยู่ด้านบน ถัดลงมาด้านล่างมีคำศัพท์แบบสุ่ม (Random Word) เป็นตัวเลือกเผื่อใครสนใจอยากทราบความหมายก็คลิกเข้าไปดูได้ ถัดลงไปอีกด้านล่างเป็นส่วนของประวัติการค้นหาศัพท์ (Search History) ทุกคำที่เราเคยค้นหาจะถูกบันทึกไว้ที่นี่ ศัพท์ทุกตัวที่เปิดขึ้นมาจะถูกจัดเก็บไว้ใน History สามารถคลิกเปิดขึ้นมาดู เพื่อทบทวน หรือตรวจสอบความจำอีกครั้งได้อย่างรวดเร็วเพราะถูกบันทึกไว้ในเครื่อง และไม่จำเป็นต้องต่อเน็ตก็ดูได้ เป็นการฝึกศัพท์ภาษาอังกฤษที่ดีอีกแบบ
เริ่มต้นใช้งานในช่องค้นหา ด้วยการพิมพ์ศัพท์ที่ต้องการทราบความหมาย จริงๆไม่ต้องพิมพ์เต็มคำก็ได้ แค่ไม่กี่ตัวอักษรก็จะมีศัพท์ตัวเลือกขึ้นมารอให้คลิกเข้าไปได้เลย เราสามารถเลื่อนดูและเลือกคลิกคำที่ต้องการจริงๆ ก็จะเข้าไปสู่หน้าคำแปลของศัพท์คำนั้น จะเห็นคำแปลที่แตกต่างหลากหลายจากดิกชันนารี่แหล่งต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะมีตัวอย่างประโยคให้ดูด้วยว่าใช้กันอย่างไร
เสร็จแล้วก็คลิกลูกศรด้านบนซ้ายมือเพื่อย้อนกลับไปค้นศัพท์ตัวใหม่ อาจสะดุดนิดหนึ่งตรงที่จะต้องคลิกเครื่องหมายปิดในช่องค้นหาก่อนจะพิมพ์ศัพท์คำใหม่ ไม่เช่นนั้นศัพท์ใหม่ที่พิมพ์จะต่อเนื่องจากศัพท์เดิม ทำให้เสียเวลามาลบทิ้งอีก
และเมื่อเสร็จสิ้นการค้นศัพท์ อยากไปทบทวนศัพท์ต่างๆ ที่เคยค้นหามาก่อนหน้า ก็ให้คลิกปุ่ม Done มุมซ้ายมือด้านบนก็จะกลับไปสู่หน้าแรก จะเห็นศัพท์ต่างๆ ของเราปรากฏอยู่ในช่อง Search History
Longdo Dict ค่อนข้างทรงประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับดิกส์อื่นๆ สำหรับผู้ใช้ที่เน้นเนื้อหาวิชาการมากคงเหมาะสมและครอบคลุมอย่างยิ่ง จริงๆ แล้วศัพท์ทั่วไปสามารถจะแปลความหมายจากพจนานุกรมในเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องต่อเน็ต แต่ศัพท์ยากหลายคำก็จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเพื่อการค้นหาที่กว้างขึ้น หากไม่อยู่ในพื้นที่ใช้เน็ตก็ลำบากนิดหนึ่ง แต่โดยรวมแล้วนับว่าใช้ได้คุ้มค่าทีเดียวค่ะ
สำหรับตัวเองค่อนข้างถูกใจกับดิกซ์ตัวนี้มาก เพราะให้ศัพท์ที่ครอบคลุมและความหมายที่ตรงกับความต้องการจริงๆ แต่ท่านผู้อ่านจะเห็นด้วยหรือไม่อันนี้ก็ต้องลองใช้ดูด้วยตัวเองนะคะ
ที่มา: poowiang http://coolappforwork.blogspot.com/
วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557
ประเภทของระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ
ประเภทของระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ
EIS (Executive Information System: EIS)
ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System: EIS)
ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง คือ MIS ประเภทพิเศษที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถ ใช้ระบบสารสนเทศได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมาส์เลื่อนหรือจอภาพแบบสัมผัส เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างกันทำให้ผู้บริหารไม่ต้องจำคำสั่ง
ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System: EIS)
ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง คือ MIS ประเภทพิเศษที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถ ใช้ระบบสารสนเทศได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมาส์เลื่อนหรือจอภาพแบบสัมผัส เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างกันทำให้ผู้บริหารไม่ต้องจำคำสั่ง
คุณสมบัติของระบบ EIS
- มีการใช้งานบ่อย
- ไม่ต้องมีทักษะทางคอมพิวเตอร์สูง
- ความยืดหยุ่นสูงสามารถเข้ากันได้กับรูปแบบการทำงานของผู้บริหาร
- การใช้งานใช้ในการตรวจสอบ ควบคุม
- การสนับสนุนการตัดสินใจไม่มีโครงสร้างแน่นอน
- ผลลัพธ์ที่แสดงจะเป็นตัวอักษร ตาราง ภาพและเสียง รวมทั้งระบบมัลติมีเดีย
- การใช้งานภาพกราฟิกสูง จะใช้รูปแบบการนำเสนอต่างๆ
- ความเร็วในการตอบสนองรวดเร็วทันทีทันใด
- มีการใช้งานบ่อย
- ไม่ต้องมีทักษะทางคอมพิวเตอร์สูง
- ความยืดหยุ่นสูงสามารถเข้ากันได้กับรูปแบบการทำงานของผู้บริหาร
- การใช้งานใช้ในการตรวจสอบ ควบคุม
- การสนับสนุนการตัดสินใจไม่มีโครงสร้างแน่นอน
- ผลลัพธ์ที่แสดงจะเป็นตัวอักษร ตาราง ภาพและเสียง รวมทั้งระบบมัลติมีเดีย
- การใช้งานภาพกราฟิกสูง จะใช้รูปแบบการนำเสนอต่างๆ
- ความเร็วในการตอบสนองรวดเร็วทันทีทันใด
ประโยชน์ของของระบบ EIS
1. ง่ายต่อผู้บริหารระดับสูงในการใช้งาน
2. การใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์
3. ให้สารสนเทศสรุปของบริษัทในเวลาที่ต้องการ
4. ทำให้สามารถเข้าในสารสนเทศได้ดีขึ้น
5. มีการกรองข้อมูลให้ประหยัดเวลา
6. ทำให้ระบบสามารติดตามสารสนเทศได้ดีขึ้น
1. ง่ายต่อผู้บริหารระดับสูงในการใช้งาน
2. การใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์
3. ให้สารสนเทศสรุปของบริษัทในเวลาที่ต้องการ
4. ทำให้สามารถเข้าในสารสนเทศได้ดีขึ้น
5. มีการกรองข้อมูลให้ประหยัดเวลา
6. ทำให้ระบบสามารติดตามสารสนเทศได้ดีขึ้น
GDSS (Group Decision Support Systems)
ลักษณะของระบบสนันสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม
1. เป็นระบบสารสนเทศที่ถูกออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งไม่ใช่การนำองค์ประกอบต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว มาประยุกต์ใช้แต่จะต้องสร้างขึ้นมาใหม่จึงจะเรียกว่าเป็นระบบ GDSS
2. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม ถูกออกแบบมาโดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจขององค์ประชุม
3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจถูกออกแบบมาเพียงเพื่อต้องการแก้ปัญาหาเฉพาะหน้า หรือแก้ไขปัญหาทั่วไปก็ได้
4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะต้องง่ายต่อการเรียนรู้ และใช้งานได้สะดวก อีกทั้งยังอาจให้ความหลากหลายกับผู้ใช้ในแต่ละระดับที่เกี่ยวข้องกับความรู้ การประมวลผล และการสนับสนุนการตัดสินใจ
5. มีกลไกที่ให้ผลในเรื่องการปรับปรุงจุดบกพร่องที่เกิดจกพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมประชุม เช่นการขจัดความขัดแย้งในที่ประชุม
6. ระบบจะต้องออกแบบให้มีความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมต่างๆ เช่น กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
1. เป็นระบบสารสนเทศที่ถูกออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งไม่ใช่การนำองค์ประกอบต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว มาประยุกต์ใช้แต่จะต้องสร้างขึ้นมาใหม่จึงจะเรียกว่าเป็นระบบ GDSS
2. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม ถูกออกแบบมาโดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจขององค์ประชุม
3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจถูกออกแบบมาเพียงเพื่อต้องการแก้ปัญาหาเฉพาะหน้า หรือแก้ไขปัญหาทั่วไปก็ได้
4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะต้องง่ายต่อการเรียนรู้ และใช้งานได้สะดวก อีกทั้งยังอาจให้ความหลากหลายกับผู้ใช้ในแต่ละระดับที่เกี่ยวข้องกับความรู้ การประมวลผล และการสนับสนุนการตัดสินใจ
5. มีกลไกที่ให้ผลในเรื่องการปรับปรุงจุดบกพร่องที่เกิดจกพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมประชุม เช่นการขจัดความขัดแย้งในที่ประชุม
6. ระบบจะต้องออกแบบให้มีความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมต่างๆ เช่น กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
ประโยชน์ของ GDSS
1. ช่วยในการเตรียมความพร้อมในการประชุม
2. มีการจัดเตรียมข้อมูลและสารสนเทศที่เหมาะสมในการประชุม
3. สร้างบรรยากาศในการร่วมมือกันระหว่างสมาชิก
4. สนับสนุนการมีส่วนร่วมและกระตุ้นการแสดงความคิดเห็นของสมาชิก
5. มีการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของปัญหา
6. ช่วยให้การประชุมบรรลุผลในระยะเวลาที่สมควร
7. มีหลักฐานการประชุมแน่ชัด
2. มีการจัดเตรียมข้อมูลและสารสนเทศที่เหมาะสมในการประชุม
3. สร้างบรรยากาศในการร่วมมือกันระหว่างสมาชิก
4. สนับสนุนการมีส่วนร่วมและกระตุ้นการแสดงความคิดเห็นของสมาชิก
5. มีการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของปัญหา
6. ช่วยให้การประชุมบรรลุผลในระยะเวลาที่สมควร
7. มีหลักฐานการประชุมแน่ชัด
ความแตกต่างของระบบ EIS และ ระบบ GDSS
ระบบของ GDSS จะเน้นออกแบบไปในทางที่ประชากรเป็นกลุ่มๆ ทางด้านความสามารถนั้น
จะต้องหาบุคลากรที่มีความชำนาญในด้านนี้พอสมควร ในด้านข้อมูลถือว่ามีความละเอียดสูงโดยจะได้รับความคิดเห็นได้หลากหลาย แล้วนำข้อเสนอหรือความคิดเห็นมาปรับปรุงแก้ไขได้
ส่วนของระบบ EIS จะเน้นไปในทางของผู้บริหารเพียงอย่างเดียว ข้อมูลที่ได้มีความรวดเร็วเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน โดย จะสามารถวิเคราะห์แนวโน้มในภายภาคหน้าได้ ซึ่งเป็นระบบสำคัญให้กับองค์กรหรือบริษัทของผู้บริหารเป็นอย่างดี เป็นตัวช่วยในหารตัดสินใจที่ดี
ระบบของ GDSS จะเน้นออกแบบไปในทางที่ประชากรเป็นกลุ่มๆ ทางด้านความสามารถนั้น
จะต้องหาบุคลากรที่มีความชำนาญในด้านนี้พอสมควร ในด้านข้อมูลถือว่ามีความละเอียดสูงโดยจะได้รับความคิดเห็นได้หลากหลาย แล้วนำข้อเสนอหรือความคิดเห็นมาปรับปรุงแก้ไขได้
ส่วนของระบบ EIS จะเน้นไปในทางของผู้บริหารเพียงอย่างเดียว ข้อมูลที่ได้มีความรวดเร็วเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน โดย จะสามารถวิเคราะห์แนวโน้มในภายภาคหน้าได้ ซึ่งเป็นระบบสำคัญให้กับองค์กรหรือบริษัทของผู้บริหารเป็นอย่างดี เป็นตัวช่วยในหารตัดสินใจที่ดี
ตัวอย่างการใช้ DSS
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ( Decision Support System : DSS )
DSS เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการ การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อน ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน นอกจากนั้น DSSยังเป็นการประสานการทำงานระหว่างบุคลากรกับเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ โดยเป็นการกระทำโต้ตอบกัน เพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นถึงสิ้นสุดขั้นตอนหรืออาจกล่าวได้ว่า DSS เป็นระบบที่โต้ตอบกันโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อหาคำตอบที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจากปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน ดังนั้นระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ จึงประกอบด้วยชุดเครื่องมือ ข้อมูล ตัวแบบ (Model) และทรัพยากรอื่นๆ ที่ผู้ใช้หรือนักวิเคราะห์นำมาใช้ในการประเมินผลและแก้ไขปัญหา ดังนั้นหลักการของDSS จึงเป็นการให้เครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้บริหาร ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีรูปแบบที่ซับซ้อน แต่มีวิธีการปฏิบัติที่ยืดหยุ่น DSS จึงถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่เพียงแต่การตอบสนองในเรื่องความต้องการของข้อมูลเท่านั้น
ตัวอย่างการใช้โปรแกรม DSS
วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ(Decision Support System)
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System)
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) เป็นระบบย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน หรือกึ่งโครงสร้าง ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะใช้กับบุคคลเดียวหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเป็นกลุ่ม นอกจากนั้น ยังมีระบบสนับสนุนผู้บริหารเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ได้เริ่มขึ้นในช่วง ปี ค.ศ. 1970 โดยมีหลายบริษัทเริ่มที่จะพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อที่จะช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน หรือกึ่งโครงสร้างโดยข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ซึ่งระบบสารสนเทศเดิมที่ใช้ในลักษณะระบบการประมวลผลรายการ (Transaction processing system) ไม่สามารถกระทำได้ นอกจากนั้นยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดแรงงาน ต้นทุนที่ต่ำลงและยังช่วยในเรื่องการวิเคราะห์การสร้างตัวแบบ (Model) เพื่ออธิบายปัญหาและตัดสินใจปัญหาต่างๆ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1980 ความพยายามในการใช้ระบบนี้เพื่อช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจได้แพร่ออกไป ยังกลุ่มและองค์การต่างๆ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ คืออะไร
DSS เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการ การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อน ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน นอกจากนั้น DSSยังเป็นการประสานการทำงานระหว่างบุคลากรกับเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ โดยเป็นการกระทำโต้ตอบกัน เพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นถึงสิ้นสุดขั้นตอนหรืออาจกล่าวได้ว่า DSS เป็นระบบที่โต้ตอบกันโดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อหาคำตอบที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจากปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน ดังนั้นระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ จึงประกอบด้วยชุดเครื่องมือ ข้อมูล ตัวแบบ (Model) และทรัพยากรอื่นๆ ที่ผู้ใช้หรือนักวิเคราะห์นำมาใช้ในการประเมินผลและแก้ไขปัญหา ดังนั้นหลักการของDSS จึงเป็นการให้เครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้บริหาร ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีรูปแบบที่ซับซ้อน แต่มีวิธีการปฏิบัติที่ยืดหยุ่น DSS จึงถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่เพียงแต่การตอบสนองในเรื่องความต้องการของข้อมูลเท่านั้น
Decision Support System (DSS)
Definition - What does Decision Support System (DSS)mean?
A decision support system (DSS) is a computer-based application that collects, organizes and analyzes business data to facilitate quality business decision-making for management, operations and planning. A well-designed DSS aids decision makers in compiling a variety of data from many sources: raw data, documents, personal knowledge from employees, management, executives and business models. DSS analysis helps companies to identify and solve problems, and make decisions.
Techopedia explains Decision Support System (DSS)
Decision-making analysis was conducted by the Carnegie Institute of Technology in the late 1950s and early 1960s. The Massachusetts Institute of Technology (MIT) applied computer technology to decision-making theory in the 1960s. By the 1980s, intensive research on DSS was underway, and new theories and concepts emerged from single-user models of DSS, including organizational decision support systems (ODSSs), group decision support systems (GDSSs) and executive information systems (EISs). By 1990 DSS was broadened to include data warehousing and online analytical processing.
Typical information gathered by a DSS may include:
Typical information gathered by a DSS may include:
- Projected revenue and sales figures, some based on new product sales projections
- Comparative sales figures between selected time periods
- Inventory data organized into relational databases for timely analysis
In some DSS applications, timely analysis includes the consequences of different decision alternatives.
DSS applications are used in many diverse fields, including medical diagnosis, credit loan verification, evaluating bids on engineering projects, business and business management, agricultural production at the farm and policy levels, forest management and railroad (for evaluation of defective rails).
DSS applications are used in many diverse fields, including medical diagnosis, credit loan verification, evaluating bids on engineering projects, business and business management, agricultural production at the farm and policy levels, forest management and railroad (for evaluation of defective rails).
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








